5 เรื่องพื้นฐาน เตรียมส่งสินค้าไปต่างประเทศสำหรับมือใหม่

Share on:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on telegram
การส่งของไปต่างประเทศ

การส่งสินค้าไปขายต่างประเทศ หรือ ส่งออก (Export) เป็นช่องทางขยายธุรกิจให้เติบโตอีกขั้น ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จในประเทศ ต่างก็กำลังเล็งตลาดต่างประเทศเป็นเป้าหมายต่อไป ด้วยกลุ่มลูกค้าใหญ่ขึ้น และโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับ 5 เรื่องพื้นฐานน่ารู้สำหรับมือใหม่ดังต่อไปนี้

1. โปรโมทสินค้าให้ถูกที่ ก็ขายได้มากขึ้น

ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จากทั่วทุกมุมโลก แต่อย่าลืมว่าลูกค้าของคุณก็สามารถเข้าถึงสินค้าได้จากทุกมุมโลกเช่นกัน และที่สำคัญการสั่งซื้อของออนไลน์ในปัจจุบันก็ได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากการโปรโมทสินค้าของคุณผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้ว คุณก็ควรต้องรู้จักความแตกต่างของแต่ละช่องทางให้ดี เพื่อให้สินค้าของคุณไปถึงเป้าหมายได้มากขึ้นเช่น หากคุณอยากจะขายสินค้าแบบปลีก ก็ควรที่จะลงสินค้าใน Amazon หรือ E-bay สำหรับใครที่อยากขายสินค้าแบบส่ง Alibaba อาจจะเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่า

2. มองหาประเทศที่เหมาะกับสินค้า

ตลาดน่าสนใจ ในต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ซึ่งแต่ละตลาดยังถือเป็นที่น่าจับตามองเนืองจากเป็นตลาดที่สามารถทำกำไรได้อย่างดี

อันดับ 1 – จีน
ประเทศจีนถือเป็นอันดับต้นที่การส่งออกมีมูลค่าสูงที่สุด ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งถึง 12.4% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย โดยสินค้าที่เหมาะแก่การส่งออกไปยังประเทศจีน คือ อาหารประเภท ขนมทานเล่น เช่น กล้วยทอด เผือกทอด ทุเรียนทอด ยาสมุนไพร ยางพารา

อันดับ 2 – สหรัฐอเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกาถือเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าไทยอันดับ 2 ของโลก โดยสินค้าที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคชาวอเมริกัน คือ อาหารแปรรูป เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับ เนื่องจากคุณภาพและการตัดเย็บของไทยเป็นที่น่ายอมรับ 

อันดับ 3 – ญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งด้านการส่งออกสินค้าจากไทยถึง 9.4% ย้ำชัดถึงความต้องการในสินค้าไทย โดยญี่ปุ่นเป็นชาติที่นิยมใช้ผ้าไหมเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากนี้ สินค้าที่น่าสนใจส่งออกก็คือ เครื่องครัว ของใช้ภายในบ้าน เซรามิก และเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์เก๋ๆ นอกจากนี้ยังมี สมุนไพรจากธรรมชาติ และเครื่องหอมต่าง ๆ

อันดับ 4 – ฮ่องกง
ประเทศฮ่องกงเป็นอีกหนึ่งประเทศในแถบเอเชีย ที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าจากไทยติดอันดับ มีมูลค่าการส่งออก คิดเป็นทั้งหมด 5.2% สำหรับสินค้าที่เหมาะกับการส่งออกไปโกอินเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าด้านเกษตรกรรม ดังนั้นผลไม้สด อย่างเช่น ข้าว ทุเรียน มะม่วง มะพร้าว รวมไปถึง ดอกไม้นานาชนิด จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม 

อันดับ 5 เวียดนาม
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีมูลค่าการส่งออกสินค้าไทย กว่า 4.9% ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก  โดยสินค้าที่เหมาะแก่การส่งออกไปโกอินเตอร์ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมสิ่งทอ รองเท้า เครื่องสำอางค์ ครีมบำรุง เครื่องดื่ม อุปกรณ์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: smeexportthailand.com

3. ตกลงซื้อขายระหว่างประเทศ

Payment Gateway

การชำระเงินมีความสำคัญมากในการส่งออก เนื่องจากไม่ใช่เป็นการขายภายในประเทศ ที่ลูกค้าจะสามารถเลือกดูสินค้า และส่งสินค้าได้ทันที ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ห่างไกลกันมาก หากเกิดปัญหาสินค้าไม่ตรงตามคุณภาพที่ต้องการ 
หรือมีปัญหาเรื่องการชำระเงินแล้ว จะมีความยุ่งยากมากในการติดตามของคืน ซึ่งการชำระค่าบริการผ่านทาง E-Commerce Plateform ในการซื้อขายระหว่างประเทศเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สะดวกสบายทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ (อ่านเพิ่มเติม > ระบบ Payment Gateway สำคัญอย่างไรกับธุรกิจออนไลน์?)

4. จัดเตรียมสินค้า แพ็คพัสดุสำหรับส่งออก

หลังจากเลือกบรรจุภัณฑ์และเตรียมอุปกรณ์แพ็คแล้ว มาดูกันว่ามีเทคนิคการแพ็คอย่างไรบ้างที่จะทำให้การส่งของไปต่างประเทศสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ปลอดภัยหายห่วงมากที่สุด (อ่านเพิ่มเติม > แพ็คเอง VS จ้างแพ็ค แบบไหนคุ้มกว่า?)

  1. ห้ามมีที่ว่างในกล่อง อย่าปล่อยให้มีที่ว่างในกล่องเป็นอันขาด เพราะของจะเคลื่อนไปมาในระหว่างขนส่ง และทำให้ทั้งของทั้งกล่องเสียหายไปด้วย ให้ใส่โฟมหรือวัสดุกันกระแทกรองพื้นก่อน และใส่รอบ ๆ พัสดุ ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เวลาเลือกวัสดุกันกระแทกนั้น ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมจะนำมารับน้ำหนักของพัสดุหรือไม่ เพราะวัสดุบางชนิด เมื่อเจอกับของน้ำหนักมาก จะแบนหรือจม และทำให้ภายในกล่องมีที่ว่างเกิดขึ้น

  2. เว้นระยะ 6 เซนติเมตร ต้องวางของที่จะส่งไปต่างประเทศบริเวณกึ่งกลางของกล่องเสมอโดยให้อยู่ห่างจากแต่ละด้านของกล่องหรือมุมเป็นระยะ 6 ซม.

  3. ห่อทีละชิ้นและใช้ช่องแบ่ง ถ้าส่งของไปต่างประเทศจำนวนหลายชิ้นในกล่องเดียว ควรห่อแยกทีละชิ้นและใช้ช่องแบ่งเพื่อลดการสัมผัสหรือเสียดสีกัน โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนย้ายหรือเรียงกล่องซ้อนกัน ถ้าเป็นของชิ้นเล็ก ๆ ควรใส่ถุงอีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ของกระจายออกไประหว่างขนส่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก: iexpressbydhl.com

5. มองหาผู้ให้บริการขนส่ง

ส่งของไปต่างประเทศ Shipjung

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่านอกจากไปรษณีย์แล้ว จะมีตัวเลือกไหนอีกบ้างที่ช่วยส่งของไปต่างประเทศให้ได้ เราขอแนะนำ  Shipjung ระบบจองขนส่งออนไลน์ ระบบที่รวมบริษัทขนส่งทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว สามารถส่งพัสดุได้ทั้งในและต่างประเทศ (แนะนำเลือกบริษัทขนส่ง Aramax และ DHL สำหรับการจัดส่งระหว่างประเทศ) และยังทำให้การส่งของไปต่างประเทศง่ายสุด ๆ เพราะมีบริการเข้ารับพัสดุที่บ้านได้ฟรี แบบ door-to-door ไม่ต้องออกจากบ้านก็ส่งของได้  รวมทั้งสามารถเช็คค่าส่งได้ก่อนส่งจริง จัดส่งรวดเร็ว เช็คสถานะพัสดุได้แบบเรียลไทม์ แถมค่าส่งถูกมาก! ส่งจากไทยไปต่างประเทศเริ่มต้นแค่ 400.- เท่านั้น!!

ติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่...
📞 02 026 3165

Don't forget to share this post!

Share on:

Share on facebook
Facebook
Share on linkedin
LinkedIn
Share on twitter
Twitter
Share on telegram
Telegram

Share on:

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on telegram
Expand your Business to Southeast Asia​